เข้าใจสถานการณ์พื้นที่สาธารณะสีเขียวของเมืองด้วยข้อมูลตามตัวชี้วัดสำคัญ ด้านความครอบคลุมการเดินถึงพื้นที่ฯ ในระยะ 10 นาทีของประชากร และขนาดพื้นที่ฯ ต่อประชากร ผ่านค่าคะแนนและแผนที่ เพื่อสะท้อนเมืองคุณภาพและเมืองที่ต้องพัฒนา
พื้นที่สาธารณะสีเขียวควรตั้งกระจายในเมือง เพื่อให้ทุกคนเดินถึงได้ในระยะ 10-15 นาที ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางและระยะที่คนส่วนใหญ่เดินไหวจากสถานที่ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
พื้นที่สาธารณะสีเขียวควรมีขนาดรวมทั้งเมืองที่เหมาะสมกับจำนวนประชากร เพื่อให้พื้นที่ฯ สามารถให้บริการกับทั้งคนและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเมืองได้อย่างเพียงพอ
สัดส่วนขนาดพื้นที่สาธารณะสีเขียว เทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของเมือง สะท้อนการให้ความสำคัญและแบ่งที่ดินของเมืองเพื่อสร้างประโยชน์จากการเป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียว
พื้นที่สาธารณะสีเขียว คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมือง ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหรือออกกำลังกาย แต่ยังสามารถเป็นพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างสุขภาวะทางกายใจ ส่งเสริมเศรษฐกิจ สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน รวมถึงลดปัญหามลพิษ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทั้งคนและสิ่งมีชีวิต จากการเป็นทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวของเมือง
—
มาทำความรู้จักความเหมือนและความต่างของพื้นที่ประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจได้ตรงกัน
พื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ ปลอดภัย ใช้งานได้หลากหลาย รองรับกิจกรรมของผู้คนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ออกกำลังกาย พบปะสังสรรค์ หรือแม้กระทั่งแสดงออกทางวัฒนธรรม — พื้นที่สาธารณะมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิต สร้างอัตลักษณ์ และสะท้อนความหลากหลายของสังคม เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม ห้องสมุดชุมชน หรือแม้แต่ลานคนเมือง
พื้นที่สาธารณะที่มีพื้นที่สีเขียวในสัดส่วนที่ชัดเจน สามารถเข้าถึงได้อย่างอิสระ ซึ่งโดยทั่วไปควรมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 20% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานของมนุษย์ มีบทบาทต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศไปพร้อมกัน — อาจเป็นได้ทั้งสวนสาธารณะที่ทุกคนคุ้นเคย สวนหน้าตึก ในอาคาร ดาดฟ้า เกาะกลางถนน แปลงผักหรือสวนสมุนไพรใด ๆ ก็ตามที่เปิดและมีทางที่ให้สาธารณะเข้าถึงได้
พื้นที่ที่มีต้นไม้ พืชพรรณ หรือพืชคลุมดิน ไม่ว่าจะเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือที่มนุษย์ปลูกขึ้นเพื่อประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิต — โดยไม่จำกัดว่าเป็นพื้นที่ของใคร อาจจะเป็นสนามหญ้าในบ้าน สวนดอกไม้ ป่าในเมือง หรือสวนสาธารณะก็ได้
การมีตัวชี้วัดช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์จริงและวางแผนได้ตรงจุด นอกจากเกณฑ์พื้นฐานอย่าง 8-10 ตร.ม.ต่อคนและการเดินไปถึงได้ใน 10-15 นาที ยังมีตัวชี้วัดอีก 11 หมวดที่เรารวบรวมเพื่อช่วยประเมินปริมาณและคุณภาพ — เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยนักออกแบบ วางผัง และผู้กำหนดนโยบายใช้ในการพัฒนาได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมทุกมิติ
สนับสนุนการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะสีเขียวอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ได้ภายในระยะเดิน 10–15 นาที และด้วยรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย เช่น คนใช้รถเข็น คนปั่นจักรยาน หรือผู้ที่มีความสามารถแตกต่าง มองเห็นและเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างอิสระ สะดวก ปลอดภัย ทั้งจากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือย่านที่ใช้ชีวิตประจำวัน ได้ทุกที่ ทุกเวลา
สสนับสนุนให้พื้นที่สาธารณะสีเขียวและพื้นที่สีเขียว ทั้งในภาพรวมและพื้นที่ที่มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการเฉพาะด้าน เช่น สวนเพื่อการเรียนรู้ มีขนาดและปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสมต่อจำนวนประชากรในเมือง ความต้องการเฉพาะของผู้คนในแต่ละย่าน และช่วยเสริมสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศในเมืองไปพร้อมกัน
ส่งเสริมการออกแบบพื้นที่สาธารณะสีเขียวให้มีคุณภาพ ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับความหลากหลายและเป็นมิตรกับทุกคน รวมถึงกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
ส่งเสริมให้มีการเลือกใช้และออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะสีเขียวอย่างเหมาะสม ครอบคลุมตั้งแต่ปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้งาน ไปจนถึงบริการที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้ใช้งาน เพื่อให้พื้นที่น่าใช้งาน ดึงดูดใจ และปลอดภัยสำหรับทุกคนในเมือง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว
สนับสนุนการสำรวจพฤติกรรมและกิจกรรมของผู้ใช้งานในพื้นที่ เพื่อประเมินความสำเร็จของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เกิดจากการออกแบบหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนรูปแบบและความหลากหลายของการใช้งานพื้นที่ รวมถึงแสดงตำแหน่งที่ควรปรับปรุงให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น
สนับสนุนให้การพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวคำนึงถึงระบบนิเวศโดยรอบ ไม่ใช่แค่ความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอย แต่รวมถึงบทบาทในการลดมลพิษ ช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ในเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในเมืองอย่างยั่งยืน
ส่งเสริมให้พื้นที่สาธารณะสีเขียวทำหน้าที่เป็น “พื้นที่สุขภาวะ” ที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพของผู้คน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในบริบทของเมืองที่มีปัญหาสุขภาพจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่ให้เอื้อต่อการออกกำลังกาย การพักผ่อน และมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพคนเมือง
ส่งเสริมให้พื้นที่สาธารณะสีเขียวสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนหรือสังคมโดยรอบ จากการเข้าใจรากทางวัฒนธรรม กลุ่มทางสังคม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนในพื้นที่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนและเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและดูแลรักษา เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็น “ศูนย์รวมใจ” ของชุมชนอย่างแท้จริง
สนับสนุนให้การพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวคำนึงถึงบริบทและติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าที่ดิน การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการพื้นฐานของคนแต่ละกลุ่มรายได้ รวมถึงเข้าใจคุณค่าผ่านการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่ฯ เพื่อให้พื้นที่สาธารณะสีเขียวมีบทบาทต่อเศรษฐกิจเมืองอย่างสมดุล เป็นธรรม และคุ้มค่าในการพัฒนา
ส่งเสริมให้การดูแลรักษาและบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะสีเขียวเป็นเรื่องของ “ทุกคน” ไม่ใช่แค่ภาครัฐเท่านั้น แต่รวมถึงภาคประชาชน เอกชน หรือชุมชน เพื่อให้การจัดการพื้นที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน ทั้งในแง่ของงบประมาณ ทรัพยากร บุคลากร และแนวทางการบริหาร
ส่งเสริมให้การพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวเป็นกระบวนการที่สร้างความรู้ สร้างจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สาธารณะ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม การให้ข้อมูล หรือการประเมินพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน นำไปสู่การร่วมกันดูแลรักษาและพัฒนาพื้นที่ฯ ให้เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง
พื้นที่สาธารณะสีเขียวที่มีคุณภาพ ไม่ได้เกิดจากแค่การเปลี่ยนที่ว่างเป็นสวน แต่คือผลลัพธ์จากกระบวนการเข้าใจบริบทพื้นที่ ความต้องการของผู้คน และความร่วมไม้ร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนในเมือง
–
เราจึงเริ่มต้นทดลองการใช้องค์ความรู้และข้อมูลในกลไกการพัฒนาฯ ร่วมกับพื้นที่นำร่องของเรา